ค่าบริการแปลภาษาญี่ปุ่น | World Congress | บริษัทแปลเอกสารภาษาญี่ปุ่น

ค่าบริการแปลภาษาญี่ปุ่น

  • ตารางค่าบริการแปลเอกสารต่อหนึ่งหน้ากระดาษ การนับตัวอักษรหรือจำนวนคำจะใช้ฟังก์ชันการนับใน Microsoft word แต่ในกรณีที่ต้นฉบับเอกสารไม่สามารถนับได้ด้วย Microsoft word เนื่องจากไม่เป็น electronic file นั้นจะประเมินจำนวนตัวอักษรโดยประมาณแล้วแจ้งค่าบริการ ส่วนค่าบริการที่แท้จริงนั้นจะออกมาเป็นใบเสนอราคา อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินเยนนั้นให้ดูได้จากตารางทางด้านขวามือของหน้านี้

  • ประเภทของการแปล ภาษาอังกฤษเป็นไทย ภาษาไทยเป็นญี่ปุ่น
    เอกสารทั่วไป (จดหมายติดต่อสื่อสาร เป็นต้น) เริ่มต้นที่หน้าละ 700 บาท เริ่มต้นที่หน้าละ 700 บาท
    เอกสารเฉพาะทาง (เข่น เอกสารด้านกฎหมาย, เอกสารด้านบัญชี เอกสารด้านเทคนิค) เริ่มต้นที่หน้าละ 900 บาท เริ่มต้นที่หน้าละ 900 บาท

  • คิดค่าบริการขั้นต่ำอยู่ที่ 700 บาท
  • ราคาข้างต้นคำนวณจากจำนวน 400 ตัวอักษร (สำหรับภาษาญี่ปุ่น) หรือ 200 คำ (สำหรับภาษาอังกฤษและภาษาไทย) ต่อหน้า
  • กรณีต้องทำตาราง กราฟหรือแผนภูมิที่ยากซับซ้อนนอกเหนือจากการแปลเอกสาร จะมีการคิดค่าบริการเพิ่มต่างหาก (copy writing , edit, proofreading, re-write เป็นต้น)


ภาษาท้องถิ่นของญี่ปุ่น :ภาษานาโกย่า

ที่โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น จะได้เรียนภาษาญี่ปุ่นมาตรฐาน แต่เช่นเดียวกับต่างประเทศที่แต่ละพื้นที่จะมีภาษาถิ่น แม้จะอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ก็ต้องรับรู้ว่าการพูดจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ โดยทั่วไปแล้ว หากพูดโดยใช้ภาษาเขียนจะสื่อความหมายให้คู่สนทนาได้ หากไม่ใช่ผู้ที่มีอายุสูงมาก ภาษาญี่ปุ่นจะสื่อได้ในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุมักจะใช้ภาษาถิ่นของท้องที่นั้นๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ยาก โรงเรียนภาษาญี่ปุ่นเริ่มจากโตเกียว หากเป็นที่ที่มีภาษาถิ่นเช่นคันไซ คิวชูหรือโทโฮคุ ก็จะต้องเรียนภาษาถิ่นเป็นความรู้ด้วย อาจขึ้นอยู่กับความชอบของผู้สอน หากภาษาถิ่นมีความแตกต่างเป็นอย่างมาก ก็ต้องทำให้ผู้เรียนเข้าใจก่อน ดังนั้น การไม่สอนภาษาถิ่นที่มักถูกมองว่าไม่มีจุดเด่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ในบรรดาเมืองทั้งหลาย นาโงย่าถือเป็นเมืองที่ชาวต่างชาติมาเยอะ แต่โรงเรียนภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้สอนถึงคามแตกต่าง แม้นาโงย่าจะไม่มีภาษาถิ่นที่มีอิทธิพลรุนแรงเหมือนสำเนียงคันไซ แต่ก็มีภาษาถิ่นที่ฝังรากลึกในกลุ่มวัยรุ่นส่วนหนึ่งเช่นกัน เช่นคำกริยาว่า "โฮคารุ" เป็นตัวอย่างของคำนาโงย่าที่ไม่ว่าจะเพศชายหญิงอายุน้อยหรือมากก็สามารถเข้าใจความหมายได้ เนื่องจากมีการใช้ในโรงเรียนบ่อยๆ และอาจารย์ในนาโงย่าก็ใช้บ่อยเช่นกัน จึงเป็นคำที่มีโอกาสเหลืออยู่ต่อไปสูง โดยเป็นคำที่ใช้ในความหมายของ "ซึเทรุ" (ทิ้ง) จึงเป็นคำที่ใช้ได้ในแทบทุกสถานการณ์ แต่อาจเป็นคำที่ถ้าได้ยินครั้งเดียวจะไม่เข้าใจ โดยทั่วไปแล้ว ในจังหวัดไอจิก็จะใช้คำที่ใกล้เคียงกับภาษากลาง แต่ในส่วนที่อยู่ใกล้จังหวัดมิเอะ จะมีภาษาถิ่นของจังหวัดมิเอะไหลเข้ามาได้ง่าย ส่วนที่อยู่ใกล้กิฟุหรือชิซึโอกะ ก็จะคำศัพท์ของจังหวัดเหล่านั้นปะปนมาในการใช้ นาโงย่าเป็นศูนย์กลางภูมิภาคนี้จึงมีผู้คนเดินทางไปมามากมาย ทำให้ภาษาถิ่นมีความหลากหลาย จนบางครั้งก็ไม่สามารถสื่อสารกันให้รู้เรื่องได้ ไม่ว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง หรือกับชาวต่างชาติที่เรียนที่โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น ก็คงฟังภาษาถิ่นนั้นแล้วรู้สึกเหมือนเป็นภาษาจากต่างมิติเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอดความหมายของสำเนียงนาโงย่าจะเป็นเสียงที่ใกล้ภาษากลาง จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องไม่เข้าใจความหมาย แต่คำนามอย่างเช่น "เก็ตตะ (จักรยาน)" ซึ่งเป็นคำที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นก็ต้องทำความเข้าใจไว้ก่อนด้วย

โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น